ชื่อใหม่แต่รุนแรงกว่าเดิม

เมื่อกล่าวถึงโรคติต่อที่ร้ายแรงที่สุดในตอนนี้ต้องยกให้  โรคโคโรนา  ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์ไดเปลี่ยนชื่อใหม่แล้วเป็น  โรคโควิค 19  เป็นโรคที่เกิดขากการติดเชื้อไวรัส  ทางการแพทย์ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน  และยังระบาดเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

เมื่อเอ่ยถึงโควิค 19  เราทุกคนก็กลัวและตื่นตกใจกันมาก  เพราะเป็นที่รู้กันทั่วจากการดูข่าวสารทุกวัน  ว่าโรคนี้มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว  โดยระบาดเกี่ยวกับทางเดินหายใจ  ซึ่งหมายถึงสามารถแพร่ได้ในอากาศที่ถ่ายเทไม่สะดวก  และยังไม่มีประเทศไหนที่คิดค้นยารักษาให้หายขาดได้ในเวลานี้  วิธีป้องกันที่ช่วยกันสวมหน้ากากอนามัย  ก็ยังไม่รู้ว่าป้องกันได้มากแค่ไหน 

ยิ่งข่าวทางประเทศจีนมีการติดเชื้ออย่างรวดเร็วเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ  มีคนจีนบางกลุ่มที่พยายามออกนอกประเทศทั้งที่เดินทางออกนอกประเทศอย่างถูกวิธีและไม่ถูกวิธีก็มี  เราไม่รู้เลยว่าคนเหล่านั้นได้รับเชื้อมาด้วยหรือไม่  เพราะคนกลุ่มนั้นเค้าก็ต้องการออกจากบริเวณที่แพร่ระบาดเช่นกัน  ทุกคนกลัวตายและอยากหาทางเอาตัวรอด  ไปยังประเทศหรือสถานที่ที่ปลอดภัย

ในประเทศไทยจัดได้ว่าระบบทางการแพทย์ยังควบคุมการระบาดได้อยู่  จัดอยู่ในเฟส 3 ของการควบคุมที่ดีได้อยู่  อาจจะพอทำให้เราพอจะสบายใจได้ในระดับหนึ่ง  แต่เราก็ยังห้ามความคิด  ความกลัว  ความวิตกกังวล  ความตื่นตระหนก  ของตนเราไม่ได้  ทุกวันนี้การเดินทางไปไหนมาไหนของคนเรา  รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน 

เราได้เห็นผู้คนจำนวนมากเดินสวมหน้ากากกัน  บางคนสังเกตดูหน้ากากที่สวมใส่มาหนามาก  ไม่รู้การหายใจภายใต้หน้ากากนั้นดีมากแค่ไหน  บางคนหน้ากากหนาก็จริงแต่มีช่องระบายอากาศก็น่าจะหายใจได้สะดวกดี  บางคนสวมหน้ากากธรรมดาที่เห็นสวมโดยทั่วไปในโรงพยาบาลตั้งแต่ยังไม่มีโรคนี้ระบาดก็มี  และเรายังเจอคนบางกลุ่มที่เค้าสวมหน้ากากผ้าธรรมดาที่เอาไว้สวมป้องกันฝุ่นเวลาเราทำงาน  แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เค้าไม่ได้สวมหน้ากากอะไรเลย  พอเราสอบถามว่าทำไหมไม่สวมหน้ากาก 

ได้ก็ได้คำตอบว่า  ระยะหนึ่งเค้าก็สวมหน้ากากนะแต่หน้ากากเค้าหมดแล้วหาซื้อที่ไหนไม่ได้เลย  กับหน้ากากที่ถูกต้องว่าป้องกันได้  มีแต่แบบผ้าธรรมดา  เค้าเลยไม่ใส่เพราะป้องกันไม่ได้  และยังระบายอากาศไม่ดี  ยิ่งหน้ากากหาซื้อได้ลำบาก  มีบางกลุ่มที่เค้ายิ่งตกใจแตกตื่นในการระบาดของเชื้อมากขึ้น  เพราะการใช้ชีวิตประจำวันของคนเราต้องพบเจอกับผู้คนมากมายหลายหน้าหลายตา  โดยเราไม่รู้เลยว่าคนเหล่านั้นมีเชื้ออยู่หรือไม่  

ทุกวันนี้เราก็ได้แต่ภาวนาไม่ให้เราหรือคนรอบข้างเรา  เป็นคงต้องใช้ธรรมะช่วยทำให้จิตใจเราสบายใจก่อนอันดับแรก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

ลดการเป็นโรคหัวใจ หนึ่งในข้อดีของการเลิกบุหรี่

แน่นอนว่าการสูบบุหรี่นั้นทำให้ทั้งระบบเลือดและทั้งระบบหัวใจผิดปกติ นั้นทำให้เสี่ยงต่อสภาวะต่างๆเกี่ยวกับหัวใจ และโรคสำคัญอย่างโรคหัวใจด้วย ดังนั้นแล้วเราต้องคิดคำนึงถึงจุดนี้ให้มากๆ เพราะว่าโรคหัวใจในสมัยก่อนแล้ว มันไม่ใช่โรคที่จะเป็นได้ง่ายๆ จะเป็นก็ต่อเมื่อแก่ตัวลงมากๆ หรือกินเยอะจนได้รับไขมันมากเกินไป หรือว่าเป็นโรคทางพันธุกรรม อะไรทำนองนี้

แต่ว่าในสมัยนนี้นั้น มันเป็นอะไรที่เรียกได้ว่า คนเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นมากจริงๆ แน่นอนล่ะ ว่าอย่างแรกที่ทำให้เรานั้นเป็นโรคหัวใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็คืออาหารการกินนั้นแหละ แล้วอาหารการกินก็เป็นปัจจัยใหญ่ที่คนให้ความสำคัญกันมากๆ จนกลายเป็นค่านิยมต่างๆในการกิน ไม่ว่าจะเป็นกินคลีน หรือกินชีวะจิตอะไรก็แล้วแต่ นั่นกลายเป็นสิ่งที่เราหลังลืมไปว่า อากาศที่หายใจนั่นก็เป็นสิ่งทำคัญที่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจ

สิ่งที่ทำให้ร่างกายก่อเป็นโรคหัวใจนั้น หลักคือการทำให้หัวใจทำงานผิดปกติอยู่บ่อยๆ หรือมีสภาวะด้านหัวใจผิดปกติอยู่บ่อยๆ จนมันกลายเป็นโรคหัวใจขึ้นจริงๆ ซึ่งการที่หัวใจจะกลายเป็นแบบนั้นได้ ตอนทานอาหารที่มีไข่มันมากๆจนกลายเป็นไขมันเกาะตามผนังก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจผิดปกติ

+แล้วนั้นก็ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติเป็นประจำนั่นเอง แล้วอีกสาเหตุนึงนั้นคือ อากาศที่ใช้หายใจ ทั้งอากาศที่มีแต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ ก็ทำให้เกิดเป็นสภาวะทางเลือดที่ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติได้ แล้วยิ่งกว่านั้น การสูบบุหรี่ก็ยิ่งกว่าการเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์เข้าไปให้กับร่างกายหนักกว่าอะไรซะอีก แล้วเมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว จะมีอะไรเกิดขึ้นล่ะ ถ้าเราได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์มากเกินกว่าปกติมากมายนัก ยิ่งทำให้หัวใจเราเต้นผิดปกติหนักยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า แถมยังเต้นผิดปกติเป็นเวลานานอีกด้วย ลองนึดูว่าเราจะมีหัวใจผิดปกตินานขนาดไหนกันละ

ถ้าคนที่สูบบุหรี่นั้นต้องหยุดสูบไปถึงอย่างต่ำแปดชั่วโมง หัวใจถึงจะเริ่มกลับมาเข้าที่ แต่ถ้าเราตื่นนอนมาก็สูบ ก่อนนอนก็สูบ แล้วทั้งวันก็สูบ ก็คงไม่มีเวลาไหนที่หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติได้เลย ไม่ดีแน่ๆล่ะ ไม่นานมากนักก็จะกลายเป้นโรคหัวใจตั้งแต่อายุยังไม่ถึงเกณที่จะเป็น

เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราควรจะยอมรับว่า เราควรหาทางหนีออกจากโรคหัวใจให้ไกลที่สุด ไม่ใช่เอาแต่สูบบุหรี่เพื่อเพิ่มโอกาสเป็นโรคหัวใจขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ ซึ่งการจะไกลจากโรคหัวใจนั้น ตั้งหยุดบุหรี่ไปให้ได้สัก 24 ชั่วโมงเลยล่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

ท้องเสียโรคที่ไม่อันตรายแต่ก็ทำให้ทรมานเมื่อเป็น

          ท้องเสียเป็นภาวะของการถ่ายเหลว ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนสูงอายุ ซึ่งการท้องเสียนั้นจะมีน้ำปนมากับอุจาระมากกว่าปกติ โดยส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาท้องเสียนี้เกิดจากการทานอาหารที่ไม่สะอาด หรือเกิดจากการติดเชื่อในทางเดินอาหาร ซึ่งในบางคนนอกจากการถ่ายเหลวแล้วยังถ่ายมีมูกเลือดปนมาด้วย 

           หากเรามีการถ่ายเหลว โดยภายในหนึ่งวันมีการถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไปแสดงว่าเรากำลังเป็นโรคท้องเสีย และส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคท้องเสียจะมีอาการอื่นรวมด้วยเช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ปวดตามเนื้อตามตัว หรือบางคนอาจมีไข้ร่วมด้วย จริงอยู่ว่าการท้องเสียไม่ได้อันตรายร้ายแรงอะไร แต่มันก็สร้างความทรมานให้กับคนที่เป็นโรคนี้มากเหมือนกัน และถ้าหากมีอาการท้องเสียบ่อยๆ อาจเป็นโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องตามมาอีกด้วย  อย่างเช่น ภาวการณ์ขาดน้ำเพราะเราถ่ายเหลวน้ำต้องออกจากร่างกายเยอะ อาจทำให้เกิดภาวการณ์ขาดน้ำได้ซึ่งภาวการณ์ขาดน้ำนี้ สามารถเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้เหมือนกัน ดังนั้นหากมีอาการปวดท้องรุนแรง มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสและถ่ายอุจาระออกมามีมูกเลือดปนด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

           โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีการดูดซึมสารอาหารจากของที่เรากินเข้าไปในรูปแบบของของเหลว เหลือกากใยทิ้งไว้กลายเป็นอุจาระ แต่ถ้าร่างกายมีการติดเชื้อลำไส้ไม่สามารถได้เหมือนปกติ สารอาหารก็จะไม่ถูกดูดซึมกลายเป็นของเหลวไหลออกมาแทน

          โดยปกติแล้วอาการท้องเสียไม่ต้องรักษาอะไรมากนัก เพียงคอยดูไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ แพทย์อาจจะสั่งให้ทานเกลือแร่หรือให้น้ำเกลือ คนที่ป่วยเป็นโรคท้องเสียต้องระวังเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างมาก ควรกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เน้นกินอาหารอ่อนๆ หลีกเลี่ยงของหมักดอง นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต  และคนระหว่างอย่าให้เกิดอาการท้องเสียบ่อยเพราะจะกลายเป็นโรคท้องเสียเรื้อรังแต่สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าท้องเสียคือการมีโรคอื่นแทรกซ้อนเข้ามาตอนที่เราท้องเสีย เช่น โรคลำไส้ปรวนแปร โรคภาวะขาดน้ำ หรือเกิดการติดเชื้อและเชื้อโรคลามไปส่วนอื่นๆของร่างกาย 

          หากไม่อยากท้องเสีย ทำได้ง่ายๆ แค่เพียงทานอาหารที่สะอาด หากซื้อของมาทำกินเองก็ควรล้างวัตถุดิบให้สะอาดและปรุงให้สุก หากไปทานที่ร้านควรเลือกร้านที่สะอาดไม่มีแมลงวันตอม ควรล้างมือก่อนทานอาหาร   กินน้ำที่สะอาดและหลังจากที่เราเข้าห้องน้ำแล้วควรล้างมือทุกาครั้ง แค่นี้คุณก็จะห่างไกลกับโรคท้องเสียแล้วค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

ฟังหมอหน่อย

การระบาดของโรคโควิด 19  เป็นเชื้อโรคติดต่อที่น่ากลัว  ตรงที่ยังไม่มียารักษา  และแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว  ระบาดได้ทุกที่ทั้งประเทศที่เจริญแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนา

เมื่อมีการระบาดอย่างมากในประเทศไทยเรา  ทุกหน่วยงานต่างให้ความร่วมมือกันเพื่อป้องกันการระบาด  และป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโรคร้ายนี้ระบาดเพิ่มมากขึ้น  โดยเฉพาะหน่วยงานทางการแพทย์ได้ออกมาให้ความรู้  วิธีป้องกันการไม่ให้ติดเชื้อและแพร่เชื้อให้ระบาดในวงกว้างขึ้น  ต่างฝ่ายต่างออกมาให้ความรู้  สร้างทุกวิธีทางที่ให้ทุกคนได้ตระหนัก  ได้ช่วยเหลือกันเพื่อไม่ให้โรคระบาดไปมากกว่านี้ในประเทศไทย

  ยิ่งในเวลานี้ประเทศเราเองมีผู้ติดเชื้อเป็นพันกว่าคนแล้ว  โดยระบายไปทั่วทุกภาคของประเทศ  อาจจะเป็นผลส่วนหนึ่งจากทางการแพทย์บอกว่า  ที่ระบาดไปทั่วทุกภาคเพราะคนไทยเราเดินทางบ่อย  แพทย์จึงแนะนำให้คนไทยเราหยุดการเดินทาง  ให้อยู่บ้าน  คนไหนที่มาจากกลุ่มเสี่ยงก็ให้กักตัวเองก่อน  อย่างเช่น  มาจากสนามมวย  ที่มีคนติดจากสนามมวยนี้มาก  สถานบันเทิงก็ให้หลีกเลี่ยงการไปเที่ยว  ให้อยู่บ้าน

เห็นคุณหมอท่านหนึ่งได้ออกมาพูดให้คนไทยอยู่บ้านกันช่วงนี้  นอกจากจะป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อแล้ว  ยังเป็นการช่วยประเทศอีกแบบหนึ่งในสถานการณ์แบบนี้  และนอกจากนั้นก็เป็นการช่วยคุณหมออีกทางหนึ่งเหมือนกัน  เพราะถึงไม่มีโรคโควิด 19 คนป่วยด้วยโรคอื่นก็มีจำนวนมากอยู่แล้ว  หมอ  พยาบาลก็ทำงานหนักอยู่แล้ว  ยิ่งตอนนี้มีโรคติดต่อนี้มาอีกเราต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้ระบาด  เพราะถ้าระบาดมาก  สถานพยาบาลไม่เพียงพอ  หมอ  พยาบาลก็ไม่เพียงพอเช่นกัน  คุณหมอแต่ละแห่งก็ช่วยกันทั้งลงยูทูป  แชร์กันในโลกออนไลน์อย่างมาก  ทั้งวิงวอนให้คนไทยอยู่บ้าน  ไม่ออกไปไหนหากไม่จำเป็น

  ทั้งสร้างเพลงให้คนไทยรู้จักวิธีป้องกันตัวเองเพื่อเป็นการเข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ง่ายด้วยเสียงเพลง  คุณหมอบางโรงพยาบาลได้เขียนโน้ตต่างๆ  “อยู่บ้านเพื่อช่วยหมอ”   บางเว๊บลงรูปการทำงานของหมอ  จนไม่มีเวลาพัก  บางภาพเป็นรูปที่คุณหมอนั่งหลับบนเก้าอี้เพราะคนป่วยเยอะจนไม่มีเวลาพัก  บางภาพเป็นภาพที่ลงเห็นคนหมอยืนกินข้าวเพราะทำงานหนักจนไม่มีเวลานั่งทานข้าว  บางภาพเป็นชุดที่คุณหมอสวมใส่แทบจะหายใจไม่ออก  และบางภาพที่เห็นแล้วยิ่งสงสารหมอมากเพราะหน้ากากคนหมอใส่  มีรอยเก่า  มีรอยเลือด  ดูภาพแล้วยิ่งแน่เห็นใจคุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาลมาก

พวกเราควรช่วยคุณหมอได้แล้ว  เห็นใจคุณหมอ  ช่วยลดการทำงานของหมอด้วยการอยู่บ้านเป็นการกักตัวเองไม่ออกไปไหนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น  

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ประโยชน์ของโกโก้ที่ดีต่อสุขภาพ

หลายๆคนในที่นี่คงไม่มีใครไม่เคยทานโกโก้กันหรอกใช่ไหม แต่ก็จะหลายๆคนที่มีความคิดที่ว่าการทานโกโก้หรือช็อคโกแลตนั้นจะทำให้อ้วน อาจจะต้องลองเปลี่ยนความคิดใหม่ ในช็อคโกแลตถ้าใครเคยทานมันจะให้รสชาติที่หวาน และนึ่งในส่วนของช็อกโกแลตนั้นก็มีโกโก้อยู่ด้วย แต่แน่นอนว่าช็อคโกแลตจะทำให้อ้วน

เพราะมันยังส่วนประอบอื่นอยู่ด้วยอย่างเนยเทียม น้ำตาล ที่จะให้หวานและกลมกล่อมทำให้ทานง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิงกับโกโก้ เพราะโกโก้นั้นจะมีรสที่ขมกว่าไม่ใส่แต่งกลิ่นหรือเพิ่มเนยเทียม กับ น้ำตาลลงไป ถ้าหากชอบทานหวานก็สามารถที่จะควบปริมาณน้ำตาลเองได้ ฉะนั้นแล้วลองหันมาทานโกโก้แทนกว่าดีกว่าไหม แต่รู้หรือไม่นอกจากทำให้ไม่อ้วนแล้วโกโก้ยังมีประโยชน์อื่นๆอีกดังนี้

ต้านอนุมูลอิสระ เพราะในโกโก้มีโพลีฟีนอล ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารชนิดนี้มักจะพบในผัก ผลไม้ ชา ช็อคโกแลต และไวน์ สารชนิดนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ช่วยควบคุมคอเลสตอรอลและน้ำตาลในเส้นเลือด แต่ในช็อคโกแลตที่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปจะทำให้สารโพลีฟีนอลลดน้อยลง

ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ สารที่มีชื่อว่า ฟลาโวนอยด์ ในโกโก้ จะเข้าไปช่วยเพิ่มในตริกออกไซด์ ที่จะทำให้ระบบเลือดไหลเวียนทำงานได้ดี ช่วยให้หลอดเลือดขยายลดความตึงเครียดของหลอดเลือด จึงส่งผลดีต่อหัวใจ ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมอง

บำรุงสมอง ฟลาโวนอยด์ในโกโก้จะช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ที่ไปตามวัย และยังช่วยในเรื่องของความคิด ความจำ การตัดสินใจ การรับรู้ และในผู้สูงอายุที่โรคอัลไซเมอร์ก็จะสามารถช่วยป้องกันได้

ทำให้อารมณ์ การทานโกโก้ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของอาหารแบบใด จะส่งผลดีต่ออารมณ์ ช่วยลดความตึงเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เพราะโกโก้จะไปเป็นตัวกระตุ้นสารในร่างกายอย่าง โดปามีน และ เซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข นั้นหลั่งออกมา ทำให้เราหลังจากทานโกโก้แล้วอารมณ์ดีขึ้น

ลดความเสียงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ถึงแม้ว่าในช็อคโกแลตจะมีโกโก้เป็นส่วนประกอบ แต่อย่าลืมว่าส่วนประกอบสำคัญอย่างน้ำตาลก็ยังคงเป็นอันตราย แต่กับโกโก้แล้วนั้นแตกต่าง ที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย

ควบคุมน้ำหนัก สารโพลีฟีนอลที่อยู่โกโก้จะสามารถช่วยเร่งการเผาผลาญในร่างกายได้ดี สำหรับสาวๆที่ชอบทานช็อคโกแลตจึงควรเปลี่ยนมาทานโกโก้ดีกว่า เพราะระหว่างคนที่ทานโกโก้กับคนที่ทานช็อคโกแลต ค่า BMI หรือ ดัชนีมวลกาย ของคนที่ทานช็อคโกแลตต่ำกว่าคนที่ไม่ทาน แต่ทั้งนี้ควรทานให้เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป

รักษาโรคหอบหืด ธีโอโบรมีน สารชนิดหนึ่งที่อยู่ในโกโก้จะช่วยบรรเทาของอาการไอเรื้อรัง และยังช่วยทำให้ปอดขยาย ที่จะส่งผลให้การหายใจทำงานได้สะดวกมาขึ้น

ช่วยทำให้ผิวสวย ฟันใส โกโก้นั้นดีต่อสุขภาพฟัน เพราะสามารถป้องกันพวกแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้ฟันผุ นอกจากนี้ยังทำให้ผิวพรรณดูใส่และแข็งแรงขึ้น นั้นมาจากสารฟลาโวนอยด์อีกเช่นเคย ที่จะช่วยป้องกันรังสียูวี และช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวอีกด้วย 

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

โทษของการดื่มน้ำอัดลม

            น้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่หลายคนต้องการดื่ม เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย สามารถดื่มได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เนื่องจากเมื่อทานเข้าไปจะทำให้ร่างกายเกิดความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมในช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย น้ำอัดลมถึงได้รับความนิยมมากที่หาจะซื้อกันมาทาน

           ในน้ำอัดลมประกอบไปด้วยคาเฟ่อีนและน้ำตาล หากรับประทาน นานๆครั้งจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าทานเข้าไปจำนวนมากบ่อยๆ ก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ในส่วนตัวก๊าซที่บรรจุในขวดน้ำอัดลม จะทำให้เราเกิดอาการท้องอืดแน่นท้อง เพราะฉะนั้นคนที่ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ จะต้องระวังอันตรายจากโรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น  

โรคกระดูกพรุน  ในน้ำอัดลมมีกรดฟอสฟอริกสูง เมื่อกรดนี้ไปยับยั้งการดูดซึมของแคลเซียม จะทำให้เราสูญเสียมวลกระดูกได้ 

น้ำหนักเพิ่ม การดื่มน้ำอัดลมที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณที่สูงนั้น มีผลต่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และส่งผลถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนตามมาด้วย

การนอนไม่หลับ เพราะในน้ำอัดลมมีสารคาเฟอีนผสมอยู่   ซึ่งจะออกฤทธิ์กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา หากดื่มเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้เรานอนไม่หลับได้ 

กระเพาะอาหารเป็นแผล น้ำอัดลมใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการอัดน้ำ ทำให้เกิดกรดคาร์บอนิก ซึ่งกรดตัวนี้จะไปทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ถ้าทานบ่อยๆจะทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร

ฟันผุ   เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และเมื่อน้ำตาลตกค้างจะกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปาก ซึ่งเมื่อแบคทีเรียจับตัวรวมกันกับน้ำตาลจะกลายเป็นคราบหินปูน  ส่งผลทำให้เกิดปัญหาภายในช่องปากและลุกลามจนถึงขั้นฟันผุได้

โรคเบาหวาน  การดื่มน้ำอัดลมที่มีปริมาณน้ำตาลสูงจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนลงพุงและเบาหวาน เพราะเมื่อความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จะก่อให้เกิดไขมันมาสะสมที่รอบเอว รวมถึงไขมันคลอเรสเตอรอลที่สูงเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงเสี่ยงทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ตามมา

             เห็นโทษของการดื่มน้ำอัดลมกันแล้ว ดังนั้นคนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ เราแนะนำว่าควรจะลดหรือเลิกการดื่มไปเลยจะดีมาก หากในระหว่างวันรู้สึกอยากดื่มน้ำอัดลมขึ้นมา ก็ให้หาเครื่องดื่มชนิดอื่นๆเช่น  น้ำผลไม้หรือน้ำสมุนไพรที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยมาดื่มทดแทนกัน หรือไม่ก็หาแรงจูงใจที่จะทำให้เราเลิกน้ำดื่มอัดลมเช่น ให้คิดถึงโทษและข้อเสียอยู่เสมอก่อนที่จะดื่ม เช่น มันทำให้เราอ้วน

หรือป่วยเป็นโรคเบาหวาน  แต่ถ้าหากทำอย่างไรคุณก็ยังเลิกดื่มน้ำอัดลมไม่ได้ ก็ขอให้ปรับปริมาณการดื่มให้น้อยลงเพียงเหลือสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ขวดก็พอ และสิ่งสำคัญที่จะต้องคอยเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาก็คือทานแล้วต้องไปออกกำลังกาย  ให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีเพื่อที่ร่างกายของเราจะได้แข็งแรงและต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

การบำรุงผมให้มีสุขภาพที่ดี

การบำรุงผมที่ดีนั้นหรือว่ามีผมที่สุขภาพที่นั้นมีชัยไปมากกว่าครึ่งเพราะว่าการมีผมที่สวยนั้นบ่งบอกว่าเรานั้นมีการดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพ การที่เรานั้นบำรุงสุขภาพผมนั้นมีหลากหลายวิธีด้วยกันอยู่ที่เรานั้นจะเลือกที่บำรุงผมของเรา  

การทำทรีตเม้นต์ผมนั้นก็ทำให้เรานั้นเข้าไปบำรุงผมให้มีสุขภาพที่ดีและเส้นผมของเรานั้นแข็งแรงยิ่งขึ้น  การทำทรีตเม้นต์ อย่างน้อยนั้นสัปดาห์ล่ะสองครั้ง เพื่อที่จะเข้าไปบำรุงเส้นผม  และซ่อมแซมผมที่เสียนั้นให้กับมาสุขภาพที่ดีอีกครั้ง  

วิธีการที่เรานั้นจะกู้ผมให้สวยและมีสุขภาพผมที่ดีนั้นเราควรที่จะบำรุงผมหลังจากที่เรานั้นสระผมเสร็จแล้วใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าไปทำหน้าที่ควบคุมบำรุงเส้นผม เพื่อที่ป้องกันไม่ให้ผมของเรานั้นถูกทำลายในอนาคตถึงแม้ว่าการที่เรานั้นทำผมที่ร้านเสริมสวยนั้นจะทำให้เส้นผมของเรานั้นกลับมาสวยอย่างเห็นได้ชัด 

แต่ถ้าเราเองนั้นก็สามารถที่จะทำทรีตเม้นต์ได้ด้วยตัวเองง่ายๆที่บ้าน  เพียงแค่เรานั้นหาผลิตภัณฑ์ทรีตเม้นต์ที่เหมาะแก่สุขภาพผมของเรา    การทำทรีตเม้นต์ผมนั้นเพื่อที่จะป้องกันผมของเราในอนาคตที่เรานั้นทั้งหนีบผม ที่ทำให้ผมของเรานั้นเสีย  ทรีตเม้นต์นั้นจะเข้าไปช่วยบำรุงและซ่อมแซม ให้ผมของเรานั้นเงางามและมีสุขภาพที่ดี  เราจะมาดูกันว่ามีทรีตเม้นต์อะไรบ้างที่บำรุงเส้นผมของเรา  

   เทรซาเม่  ซาลอน  ดีท็อก  มาส์ก   เป็นทรีตเม้นต์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ  นั้นคือ ขิงและชาเขียว  ที่ช่วยให้ทำความสะอาดอย่างล้ำและพร้อมที่ช่วยบำรุงแก่เส้นผมให้ชุ่มชื่นกับเส้นผมอย่างรวดเร็ว  และยังสามารถใช้ได้ทุกวัน  เพื่อให้ผมเรานั้นสวยงามเหมือนกับว่าเรานั้นเพิ่งออกมาจากร้านทำผม  

  ซันซิลอินเทนซีฟ ทรีตเม้นต์ เดเมจ รีสโตร์  อันนี้ก็เป็นคุณสมบัตร ที่เข้าช่วยขจัดสิ่งสกปรก และพื้นฟูบำรงผมที่แห้งเสีย แถมยังเป็นทรีตเม้นต์ที่หอมอย่างมาก  และให้ความชุ่มชื้นเส้นผมให้ยาวนาน  ทั้งยังป้องกันไม่ให้ผมนั้นเปราะบางหรือว่าขาดง่ายจากที่เรานั้นหวีผมอีกด้วย  และยังทำให้เรานั้นจัดผมได้ง่ายมาก 

ทรีตเม้นต์ผมที่ช่วยฟื้นฟูบำรุงเส้นผมที่เสีย  อันนี้เป็นทรีตเม้นต์มาส์กเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างบำรุงผมชั้นใน  และชั้นนอก ทำให้ผมชั้นผมแข็งแรงมากขึ้น  และยังรักษาความชุ่มชื้นให้กับผมที่เสียนั้นแก้ปัญหาผมอย่างล้ำลึก ตั้งแต่โคนจรดปลาย  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

แค่เดินก็เท่ากับออกกำลังกาย

การเดิน ถือว่าเป็นการออกกำลังกายอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้ทุกคนทุกวัย โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุที่ไม่เรี่ยวแรงในการวิ่งเหมือนอย่างคนกับวัยรุ่นคนหนุ่มสาว การเดินเลยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำให้รู้สึกว่าได้มีการขยับ มีการเคลื่อนไหว หรือกับคนที่รูปร่างอ้วนมากๆอย่าจะเริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่ง

แต่ปัญหาที่ตามมาคือ เข่า ที่ต้องทนแบกรับของน้ำหนักตัวที่ไม่สมดุล นั้นอาจจะทำให้เข่าของคุณได้เสียก่อนจะได้หุ่นผอมแน่ๆ เพราะฉะนั้นคุณควรเริ่มจากการเดินก่อนจะดีเป็นที่สุด แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไรจากเดินบ้างล่ะ ไปดูกันเลย

สร้างความแข็งแรงให้หัวใจ การเดินทุกวันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ลดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือก เป็นการออกกำลังที่จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดีให้กับร่างกาย และถ้าหากคุณเดินเร็วอย่างน้อย 30-45 นาทีในทุกๆวัน จะช่วยป้องกันและควบคุบในเรื่องของความดันโลหิตได้อีกด้วย

ลดความเสี่ยงต่อสารพัดโรค การเดินสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่2 ได้ถึงร้อยละ 60 โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และโรคมะเร็งเต้านมได้ร้อยละ 20 

ลดน้ำหนัก ผลการสำรวจว่าถ้าหากเราเดินด้วยความเร็ว 2 ไมล์/ชั่วโมง ในระยะเวลา 30 นาที จะสามารถเผาผลาญพลังงานออกไปได้ถึง 75 แคลอรี่ และยิ่งหากคุณเดินในระยะทางที่มากขึ้นอีก ร่างกายคุณก็จะสามารถเผาผลาญพลังงานออกไปเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ป้องกันภาวะสมองเสื่อม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่อวัยวะภายในร่างกายแปรสภาพตามอายุและการใช้งาน การออกกำลังกายด้วยการเดิน 6 ไมล์/สัปดาห์ จะมีแนวโน้มที่ลดความเสี่ยงต่อการหดตัวของสมอง และยังสามารถรักษาความทรงจำไปได้อีกนานหลายปี

สร้างกล้ามเนื้อขา กระชับหน้าท้องและสะโพก การเดินอย่างสม่ำเสมอจะทำให้กล้ามเนื้อน่องแข็งแรง หน้าท้องและสะโพกกระชับมากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้การทำงานของเอ็นร้อยหวายทำงานได้ดี การเดินจึงทำให้หุ่นและรูปร่างที่ขึ้นอีกด้วย

เพิ่มวิตามินDให้ร่างกาย การเดินออกกำลังกายถ้าจะให้ดีต้องทำข้างนอกบ้าน เพราะร่างกายบางคนในขาดวิตามินดี ที่ทำให้สุขภาพไม่ดี มีปัญหาในเรื่องของกระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน การได้ออกมาเดินหรือทำกิจกรรมนอกบ้านจะได้ให้รู้สึกเพลิดเพลิน และยังได้รับวิตามินดีให้กับร่างกาย

เพิ่มพลัง การเริ่มเดินของแต่ละคนนั้นอาจจะแตกต่างกัน บางคนนั้นเริ่มจากการเดินช้าๆก่อนแล้วคอยเพิ่มความเร็วไปในแต่ละวัน ทำแบบนี้จะทำให้เราพัฒนา และมีพลังมากขึ้น ส่งผลให้มีร่างกายที่แข็งแรง อดทนต่อความเหนื่อยได้

มีความสุข การเดินเหมือนเป็นการที่คุณได้ใช้เวลากับตัวเอง ในระหว่างเดินคุณสามารถคิดอะไรก็ได้ หรือในบางครั้งคุณเหนื่อยล้าจากการทำงานนานๆ แค่ลุกขึ้นมาเดินสักหน่อยก็อาจจะช่วยทำให้สมองได้มีการพักผ่อน

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  แทงหวยลาว

การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

พื้นฐานง่ายๆสู่ความสำเร็จในการลดหุ่นด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

“ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นะ ร่างกายจะได้แข็งแรง” เชื่อเถอะว่าหลายๆคนน่าจะเคยได้ยินประโยคนี้มาบ่อยๆ เพราะมันเป็นประโยชน์ที่จะถูกร่ำสอนอยู่เสมอตั้งแต่ในตำราเรียน หรือแม้ว่ากระทั้งที่เราไปหาหมอด้วยความไม่สบาย คุณหมอเองก็จะแนะนำเราเช่นนี้เหมือนกัน ซึ่งนั้นเป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้ว เพราะการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงและร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

ในทางนี้เองที่มีบางคนบอกมาว่า ก็ทานอาหารครบ 5 หมู่แต่ทำไมถึงอ้วน ทำไมน้ำหนักถึงเยอะ ถ้าลดจะน้ำหนักจะต้องไม่ทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และไขมัน ก็ที่จะคิดไปเองหลายๆอย่างนั้นมาทำความเข้าใจก่อนดีกว่าว่า สาเหตุที่แท้จริงของการทำหมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น และมีหุ่น สัดส่วนที่ไม่สมดุลนั้น เกิดจากอาหารนั้นแหละ

จริงอยู่ว่าการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั้นเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง แต่ในขณะที่คุณทานนั้นได้คำนึงถึงปริมาณอาหารและปริมาณวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารด้วยหรือไม่ ต้องขอบอกเลยนะว่าดารทานอาหารที่มีปริมาณที่มากจนเกินไป นั้นจะส่งผลเสียให้กับร่างกายของคุณ ระบบย่อยอาหารของคุณจะทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ เท่ากับว่าอาหารจะถูกย่อยและกลายเป็นสารอาหารตกค้างที่รอการย่อย ในระหว่างนั้นเองสารอาหารเหล่านั้นก็จะสามารถแปรสภาพให้เป็นไขมันที่จะสะสมอยู่ในช่องท้องของคุณได้

รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารอย่างเช่น อาหารรสเค็ม ยิ่งทานมากจะยิ่งทำให้ไตทำงานหนัก ไม่สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้กลายเป็นสารตกค้าง โซเดียมจากคามเค็มก็จะทำให้ตัวคุณบวมได้อีกด้วย และจนไปถึงแนวคิดที่ว่าต้องงดสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และไขมัน ในส่วนของคาร์โบไฮเดรตที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย

คุณจะขาดสารอาหารประเภทนี้ไม่ได้ เพราะคาร์โบไฮเดรตจะช่วยทำให้คุณมีเรี่ยวแรงในการทำกิจกรรมต่างๆ แต่ก็ต้องทานให้พอดี เพราะในคาร์โบไฮเดรตมีส่วนประกอบของน้ำตาล ถ้าหากทานมาก น้ำตาลในร่างกายจะไม่ถูกเผาผลาญ และจะแปรสภาพเป็นไขมันที่จะเกาะตามส่วนต่างๆของร่างกาย อีกหนึ่งอย่างนั้นก็คือ ไขมัน หลายๆคนจะกลัวมาก

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถ้าหากว่าในปริมาณที่เหมาะสม ร่างกายก็จะขับออกได้ ถ้าหากทานมากจนเกินไปผลเสียก็จะตาม เราไม่จำเป็นต้องกลัวไขมัน หรืองดไขมัน อย่างไรแล้วมันก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ สรุปแล้วว่า อาหารทั้ง 5 หมู่ไม่ว่าจะประเภทไหน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ไขมัน เราก็ไม่ควรขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เพียงแค่เลือกทานในปริมาณที่เหมาะสมของร่างกายเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

อาการของหูตึง

พออายุมากขึ้นส่วนที่ตึงที่สุดในร่างกาย ก็คงจะหนีไม่พ้นหู แต่น่าเสียดายที่ส่วนอื่นเหี่ยวหมดแล้ว แล้วทำไมถึงเรียกกันว่าหูตึงล่ะ ในทางการแพทย์คำว่าหูตึง คืออาการของคนที่มีปัญหาทางการได้ยิน ได้ยินเสียงไม่ชัด คนที่อยู่ใกล้หรือคนที่ต้องการจะพูดด้วย ต้องเพิ่มระดับเสียงให้ดังมากขึ้น เพื่อให้คนหูตึงได้ยิน 

ซึ่งไม่ใช่เรื่องตลก ที่คนเคยได้ยินชัดเจนมาตลอดหลายสิบปี จะต้องมาได้ยินเสียงเบาลงในช่วงที่อายุมากขึ้น จนถึงจุดนี้วัยรุ่นหรือว่าลูกหลานหลายคนยังไม่เข้าใจปัญหานี้ เพราะยังไม่เจอกับตัว คงจะต้องรอให้ตัวเองแก่ตัวลงบ้าง ถึงจะเข้าใจปัญหาหูตึง 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นบนโลกนี้จนแทบจะตามไม่ทัน เราไม่จำเป็นต้องตะโกนให้คนหูตึงฟังแล้ว เพียงแค่ใช้ตัวช่วยอย่าง เครื่องช่วยฟัง ก็ทำให้เราและคู่สนทนา ได้ยินเสียงชัดเจนด้วยกันทั้งคู่ แถมเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล เสียเงินซื้อเครื่องช่วยฟังในราคาแพงอีกต่อไป เพราะมีหลายร้านนำเข้าเครื่องช่วยฟังที่ได้มาตรฐานมาจากต่างประเทศ สามารถใช้งานได้ไม่ต่างจากเครื่องราคาหลายหมื่นในโรงพยาบาล หาซื้อก็ง่าย คลิกเดียวในอินเตอร์เน็ตก็สามารถค้นหาร้านที่ขายเครื่องช่วยฟังได้แล้ว สะดวกสุดๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะเน้นย้ำกับคนที่ต้องใกล้ชิดหรือดูแลผู้สูงอายุ นอกจากตัวช่วยอย่างเครื่องช่วยฟังแล้ว กำลังใจก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เคยได้ยินกันมั้ยว่าจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ทุกอย่างในร่างกายบางก็ซับซ้อนน่าสงสัย บางคนเป็นโรคมะเร็งแต่กำลังใจดี อยู่ได้หลายปีเป็นปกติไม่เดือดร้อนอะไร แต่กลับบางคนกำลังใจไม่ดี จิตใจห่อเหี่ยว เป็นไข้ตัวร้อนนิดเดียวก็พาลจะหมดเรี่ยวแรงเอาได้ง่ายๆ 

ที่สำคัญไม่ต้องรอให้คนอื่นมาให้กำลังใจ เราสามารถให้กำลังใจตัวเองได้เหมือนกัน ไม่มีกำลังใจจากไหนจะทรงพลังเท่ากำลังใจจากตัวเองอีกแล้ว อาจจะเริ่มด้วยการหาหนังสือพลังบวกมาอ่าน กดติดตามคนที่ป่วยเหมือนกันแต่มีกำลังใจดี จะช่วยให้รู้สึกว่าเราไม่อยากท้อ และช่วยให้คนที่อยู่รอบข้างใม่ต้องกังวลอีกด้วย 

เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุให้ดี อาการหูตึงเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น หากเราเข้าใจ และให้กำลังใจ พูดจาด้วยคำพูดที่ดี ไม่หงุดหงิดหากว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง ค่อยๆ ซักถามว่าเมื่อกี้ได้ยินที่พูดมั้ย ถ้าไม่ได้ยินก็ค่อยๆพูดใหม่อีกครั้ง พร้อมกับส่งยิ้มให้อีกครั้ง เท่านี้คนฟังก็มีความสุขแล้ว ไม่เชื่อก็ลองไปทำตามดูสิ