จุดจบของ ตำรวจที่แอบเมียหลวงไปแต่งงาน กับเมียน้อยที่รู้ว่าเขามีเมียแล้วแต่อยากแย่ง 

            ในช่วงเวลานี้คงไม่มีข่าวไหนที่จะโด่งดังไปมากกว่าข่าวที่ แม่ผัวพาเมียหลวงบุกไปงานแต่งของลูกชายที่ไปแอบแต่งงานกับเมียน้อยกันแล้วเพราะเมื่อมีคลิปถูกเผยแพร่ออกไปในโลกโซเชียลและเป็นข่าวโด่งดังผ่านทางสื่อต่างๆโดยเฉพาะสื่อทีวีก็ทำให้กลายเป็นข่าวที่น่าสนใจกันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้นบุคคลที่อยู่ในข่าวนั้นฝ่ายชายเป็นถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ

               ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำแบบนี้ไม่ใช่การกระทำที่ผิดกฎหมายแต่ก็เป็นการกระทำที่ติดต่อภาพลักษณ์ขององค์กรและการกระทำแบบนี้ส่งผลกระทบต่อผู้กระทำโดยตรงเนื่องจากว่าฝ่ายชายนั้นเป็นถึงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ซึ่งเรื่องราวนี้ได้มีการพูดถึงเป็นอย่างกว้างขวางโดยทางด้านโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ยังออกมาพูดถึงเรื่องราวนี้เช่นเดียวกันโดยได้ชี้แจงเกี่ยวกับบทลงโทษของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้

             ซึ่งในเรื่องของการแต่งงานนั้นทางด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองคงไม่สามารถไปดำเนินการใดๆได้เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของนายตำรวจท่านนั้นแต่การที่เป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจดังนั้นหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำผิดจริงตามที่เป็นข่าวนายตำรวจคนดังกล่าวก็จะลงโทษจากสำนักงานตำรวจเช่นเดียวกันถือเป็นความผิดทางวินัยที่สำนักงานตำรวจสามารถลงโทษได้เรามาดูกันว่าถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความผิดนายตำรวจท่านนี้จะถูกลงโทษอย่างไรบ้าง 

          สำหรับบทลงโทษที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาพูดถึงนั้นถ้าหากมีการแต่งงานเสร็จสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วและฝ่ายชายมีการจดทะเบียนกับผู้หญิงอื่นอยู่แล้วถือว่าเป็นการแต่งงานซ้ำซ้อนเพราะฉะนั้นตรงนี้จะถูกลงโทษด้วยการขัง ทั้งหมด 30 วันด้วยกันในขณะเดียวกันกรณีที่มีภรรยาอยู่แล้วแต่ไปแต่งงานกับคนอื่นก็ถือว่าเป็นการที่ทำเรื่องสูญเสียมีความประพฤติที่ไม่ดีเพราะไม่ได้เลี้ยงดูภรรยาและบุตรแต่กลับไปมีผู้หญิงคนอื่นดังนั้นจะถูกขังอีก 30 วันและถ้ามีการจดทะเบียนสมรสซ้อนขึ้นมาเมื่อไหร่จะมีความผิดทางกฎหมายทันทีซึ่งจะต้องถูกขังอีก 30 วัน

         ดังนั้นหักงานแต่งงานมีการจัดงานสิ้นสุดและได้มีการจดทะเบียนสมรสกันเมื่อไหร่แล้วเราก็นายตำรวจท่านนี้จะต้องถูกขังคุกอย่างน้อย 90 วันขั้นต่ำกันเลยทีเดียว ส่วนทางด้านฝ่ายหญิงที่เป็นเมียน้อยก็จะถูกลงโทษจากสังคมเช่นเดียวกันเพราะคนในสังคมไทยนั้นไม่สนับสนุนการแย่งสามีของคนอื่นและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นข่าวโด่งดังแบบนี้

         สิ่งที่เมียน้อยคนดังกล่าวจะถูกลงโทษจากคนในสังคมก็คือครอบครัวรวมถึงตัวเมียน้อยเองก็จะถูกคนในสังคมตาหน้าและด่าว่าแย่งสามีของคนอื่นที่สำคัญในตอนนี้ทางด้านเจ้าของบริษัทซึ่งเมียน้อยได้ทำงานอยู่นั้นได้มีการประกาศเลิกจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้วและการจะไปหางานทำที่ใหม่นั้นในช่วงเวลานี้ด้วยปัญหาเศรษฐกิจนั้นงานจึงค่อนข้างหายากและแน่นอนว่าเมื่อคุณมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ออกสื่อก็จะทำให้งานยิ่งหายากมากขึ้นเป็น 2 เท่ากันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์ lotto