อาการของหูตึง

พออายุมากขึ้นส่วนที่ตึงที่สุดในร่างกาย ก็คงจะหนีไม่พ้นหู แต่น่าเสียดายที่ส่วนอื่นเหี่ยวหมดแล้ว แล้วทำไมถึงเรียกกันว่าหูตึงล่ะ ในทางการแพทย์คำว่าหูตึง คืออาการของคนที่มีปัญหาทางการได้ยิน ได้ยินเสียงไม่ชัด คนที่อยู่ใกล้หรือคนที่ต้องการจะพูดด้วย ต้องเพิ่มระดับเสียงให้ดังมากขึ้น เพื่อให้คนหูตึงได้ยิน 

ซึ่งไม่ใช่เรื่องตลก ที่คนเคยได้ยินชัดเจนมาตลอดหลายสิบปี จะต้องมาได้ยินเสียงเบาลงในช่วงที่อายุมากขึ้น จนถึงจุดนี้วัยรุ่นหรือว่าลูกหลานหลายคนยังไม่เข้าใจปัญหานี้ เพราะยังไม่เจอกับตัว คงจะต้องรอให้ตัวเองแก่ตัวลงบ้าง ถึงจะเข้าใจปัญหาหูตึง 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นบนโลกนี้จนแทบจะตามไม่ทัน เราไม่จำเป็นต้องตะโกนให้คนหูตึงฟังแล้ว เพียงแค่ใช้ตัวช่วยอย่าง เครื่องช่วยฟัง ก็ทำให้เราและคู่สนทนา ได้ยินเสียงชัดเจนด้วยกันทั้งคู่ แถมเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล เสียเงินซื้อเครื่องช่วยฟังในราคาแพงอีกต่อไป เพราะมีหลายร้านนำเข้าเครื่องช่วยฟังที่ได้มาตรฐานมาจากต่างประเทศ สามารถใช้งานได้ไม่ต่างจากเครื่องราคาหลายหมื่นในโรงพยาบาล หาซื้อก็ง่าย คลิกเดียวในอินเตอร์เน็ตก็สามารถค้นหาร้านที่ขายเครื่องช่วยฟังได้แล้ว สะดวกสุดๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะเน้นย้ำกับคนที่ต้องใกล้ชิดหรือดูแลผู้สูงอายุ นอกจากตัวช่วยอย่างเครื่องช่วยฟังแล้ว กำลังใจก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เคยได้ยินกันมั้ยว่าจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ทุกอย่างในร่างกายบางก็ซับซ้อนน่าสงสัย บางคนเป็นโรคมะเร็งแต่กำลังใจดี อยู่ได้หลายปีเป็นปกติไม่เดือดร้อนอะไร แต่กลับบางคนกำลังใจไม่ดี จิตใจห่อเหี่ยว เป็นไข้ตัวร้อนนิดเดียวก็พาลจะหมดเรี่ยวแรงเอาได้ง่ายๆ 

ที่สำคัญไม่ต้องรอให้คนอื่นมาให้กำลังใจ เราสามารถให้กำลังใจตัวเองได้เหมือนกัน ไม่มีกำลังใจจากไหนจะทรงพลังเท่ากำลังใจจากตัวเองอีกแล้ว อาจจะเริ่มด้วยการหาหนังสือพลังบวกมาอ่าน กดติดตามคนที่ป่วยเหมือนกันแต่มีกำลังใจดี จะช่วยให้รู้สึกว่าเราไม่อยากท้อ และช่วยให้คนที่อยู่รอบข้างใม่ต้องกังวลอีกด้วย 

เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุให้ดี อาการหูตึงเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น หากเราเข้าใจ และให้กำลังใจ พูดจาด้วยคำพูดที่ดี ไม่หงุดหงิดหากว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง ค่อยๆ ซักถามว่าเมื่อกี้ได้ยินที่พูดมั้ย ถ้าไม่ได้ยินก็ค่อยๆพูดใหม่อีกครั้ง พร้อมกับส่งยิ้มให้อีกครั้ง เท่านี้คนฟังก็มีความสุขแล้ว ไม่เชื่อก็ลองไปทำตามดูสิ 

การฟังเสียงที่ดังมากจนเกินไปมีปัจจัยเสี่ยงให้เป็นอะไรได้บ้าง

อันตรายรอบตัวโดยการรู้เท่าไม่ถึงกาลนี่น่ากลัวกว่าสิ่งอื่นใดเลยนะ เพราะหากเรารู้และป้องกันหรือหาแนวทางการแก้ไขหรือหลีกเลี่ยงได้อย่างถูกต้องเราก็ไม่เสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายต่างๆ แต่หากเราไม่ทราบอะไรเลยที่เกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันที่มีความเสี่ยงในการเป็นดรคต่างๆนั่นคงแย่มากเลยแหละ

เราต้องทราบก่อนว่าเสียงที่ดังจนเกินไปนั้นส่งผลให้กับระบบประสาทหูของเราได้ ซึ่งเป็นที่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าหากมีการได้ยินที่เสียงดังจนเกินไปเราย่อมเกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินตามมาอย่างแน่นอน

การดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้เสี่ยงมากกับการเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเสียง เพราะเยงที่ใช้ในชีวิตประจำวันนั้นเป็นเสียงที่ดังมากเกินความจำเป็นอาทิเช่น การดูหนังที่มีภาพจอใหญ่จะต้องฟังเสียงดังกระหึ่ม เพื่อให้ได้อรรถรสในการรับชมนั่นเอง หรืออาจจะพูดได้ว่าการเที่ยวสถานบันเทิงในสมัยนี้เป็นที่นิยมกันอย่างมาก จะเห็นได้ว่าเสียงในสถานที่บันเทิงเหล่านั้นมีเสียงที่ดังจนบางทีก็ทำให้เราหูดับได้ในทันที

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าการใช้ชีวิตทุกวันนี้เป็นการเสี่ยงเป็นอย่างสูงที่จะทำให้เราเกิดอาการที่มีผลต่อการได้ยิน ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจกับเครื่องช่วยฟัง ที่มีผลในการช่วยการขยายเสียงสำหรับผู้ที่ประสบกับปัญหาเหล่านี้ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะประสบทุกคน แต่ทว่าในการใช้ชีวิตนั้น ประสาทหูของเราก็ย่อมมีการเสื่อมลงตามกาลเวลาเช่นเดียวกับร่างกาย

จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงระบบของการได้ยินอีกด้วย และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเครื่องช่วยฟัง เพื่อเป็นการพูดคุยหรือสนทนาให้รู้เรื่องนั่นเอง

ต้องเสียงดังถึงระดับไหนถึงจะเรียกว่าอันตราย

การเผชิญหรือการใช้ชีวิตในปัจจุบันนั้น มีการสัมผัสกับกิจกรรมต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งมันนก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้ก่อให้เกิดการทำให้เราได้ยินเสียงที่ผิดปกติไปจากเดิม ดังนั้นเรามาดูกันว่าเสียงระดับไหนที่เรียกว่าดังจนเกินไป

เสียงที่เราสนทนาหรือพูดคุยกันทั่วไปนั้นจะใช้ความดังอยู่ระดับ 60 เดซิเบล ซึ่งถือว่าไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆแก่เราและบุคคลรอบข้าง แต่ถ้าหากว่ามีความดังอยู่ที่ระดับ 85 เดซิเบลขึ้นไป ก็มีผลในปัญหาระยะยาวของเราได้อยู่เหมือนกัน

และยิ่งระดับ 120 เดซิเบลขึ้นไป แน่นอนแหละคะว่าเสียงเหล่านี้ก่อให้เกิดกับระบบของการได้ยินของเราเป็นแน่ หากได้ยินเป็นเวลานานๆหรือบ่อยมากก็เข้าข่ายอยู่ในผลเสี่ยงที่จะมีปัญหาเกี่วกับการได้ยินนะคะ