สิ่งที่ควรทำก่อนคุณจะไปฉีดวัคซีน

        เชื่อว่าหลายคนในตอนนี้เริ่มต้องการที่จะฉีดวัคซีนป้องกัน covid กันบ้างแล้วเพราะว่าในขณะนี้การระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้นั้นยิ่งมีการลุกลามระบาดไปทั่วทุกพื้นที่ทำให้ประชาชนแทบจะไม่สามารถออกนอกบ้านได้เลยดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงเป็นเกราะป้องกันเชื้อโรคได้เป็นอย่างดีแต่อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนนั้นจะมีข้อแนะนำเพิ่มเติมก่อนที่เราจะมีการเดินทางไปฉีดวัคซีนเราควรมีการปฏิบัติสิ่งต่างๆต่อไปนี้

        หากใครก็ตามรู้ตัวว่าตนเองจะต้องไปฉีดวัคซีนวันไหนอ่อนๆที่จะเดินทางไปฉีดวัคซีนซักประมาณ 2 วันคุณควรงดการออกกำลังกายแบบหนักและที่สำคัญไม่ควรออกกำลังกายด้วยวิธีการลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาดแน่นอนว่านอกจากการห้ามออกกำลังกายก่อนที่จะไปฉีดวัคซีนแล้วคุณควรจะต้องพักผ่อนเยอะๆพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อที่จะให้ร่างกายของคุณนั้นมีความพร้อมก่อนที่จะไปฉีดวัคซีนนั่นเอง

         ที่สำคัญคุณควรจะต้องมีการกินน้ำเข้าไปเยอะเยอะ  โดยน้ำที่กินเข้าไปนั้นก็ให้เริ่มเป็นกินน้ำเปล่าซึ่งการกินในแต่ละวันนั้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 500 ถึง 1000 ซีซี หรือกินเยอะเท่าไหร่ถ้ายิ่งดีและที่สำคัญ  ไม่ควรกินน้ำที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนไม่ว่าจะเป็นชาหรือกาแฟรวมถึงน้ำอัดลมแน่นอนว่าต้องรวมไปถึงเครื่องดื่มประเภทของมึนเมาแอลกอฮอล์และเหล้าอีกด้วย  

          และเมื่อถึงวันที่คุณจะต้องเดินทางไปฉีดวัคซีนแล้วแล้วก็ให้คุณเลือกฉีดวัคซีนในฝั่งที่คุณไม่ถนัดโดยส่วนใหญ่แล้ววัคซีนจะฉีดที่แขนดังนั้นให้คุณเลือกฉีดแขนที่คุณไม่ถนัดที่สำคัญหลังจากฉีดวัคซีนไปเรียบร้อยแล้วพยายามอย่าขยับเขยื้อนแขนที่ฉีดวัคซีนและห้ามยกของหนักอย่างเด็ดขาด   เมื่อคุณฉีดวัคซีนเสร็จเรียบร้อยแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับบ้านให้รอตรวจดูสภาพอาการก่อนโดยทั้งคุณหมอจะคอยดูอาการว่าหลังจากฉีดแล้วคุณมีการใช้วัคซีนหรือไม่ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาที่เราฉีดยาอะไรเข้าไปก็แล้วแต่จะต้องรอดูผลประมาณ 30 นาทีค่ะหากไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นก็สามารถกลับบ้านได้

          อย่างไรก็ตามถ้าหากเรากลับบ้านไปแล้วเกิดมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายหรือบางคนอาจจะมีการเป็นไข้คุณก็สามารถที่จะทานยาพาราเซตามอลได้โดยเหมือนกับเป็นการกินยาลดไข้ทั่วไปซึ่งควรจะต้องเว้นช่วงในการกินต่อครั้งประมาณ 6 ชั่วโมง  และหลังจากที่คุณได้รับวัคซีนครบเรียบร้อยแล้วอย่าเพิ่งไปฉีดวัคซีนชนิดอื่นๆควรเว้นช่วงการฉีดวัคซีนไปซักประมาณ 1-2 เดือนแล้วค่อยฉีดวัคซีนอื่นๆตามมาทีหลังนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนโดย    วิธีเล่นหวยรัฐบาล

เทคนิคลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม

หลายคนถามเข้ามาว่าวันนึงถ้าจะรับประทานไข่ต้มทานได้กี่ฟองเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับไขมันในเลือดสูงแต่ก่อนอื่นเพื่อที่คุณจะไม่พลาดในความรู้ดีๆจากเราการลดน้ำหนักด้วยไข่ต้มมันมีอยู่จริงหรือเปล่า

เพราะว่าในหลายๆคนได้ไปค้นหาในอินเตอร์เน็ตแล้วพบว่ามันมีวิธีลดน้ำหนักด้วยไข่ต้มด้วยหรอจริงๆเราต้องบอกก่อนเลยว่าไข่สามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้แต่ถ้าคุณเข้าใจผิดแล้วไปทำตามในอินเตอร์เน็ตเขาบอกกันคุณจะสงสัยเลยว่าทำไมน้ำหนักของคุณไม่ลด

ซึ่งก่อนที่คุณจะไปรู้จริงๆทำไมไข่ถึงช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้คุณก็จะต้องทราบก่อนว่าร่างกายของคุณจะใช้พลังงานจากแค่สองแหล่งเท่านั้นก็คือใช้พลังงานจากน้ำตาลแล้วก็ใช้พลังงานจากไขมันดังนั้นโดยปกติที่คุณเคยทำมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ที่คุณอ้วนขึ้นมันเกิดจากการที่ร่างกายของคุณใช้น้ำตาลเป็นพลังงานหลัก

คุณอาจจะทานเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานมากจนเกินไปหรือจะทานอาหารที่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ง่ายมากเกินไปเช่นพวกข้าวทั้งหลายบางคนกินข้าวเยอะมากบางคนมื้อนึง2-3ทัพพีแล้วกินขนมปังตามด้วยผลไม้อีกพวกนี้มันเป็นแป้งหมดเลย

โดยมันสามารถย่อยแล้วกลายเป็นน้ำตาลได้และก็แน่นอนตามที่เราบอกเอาไปตั้งแต่ต้นถ้าคุณใช้น้ำตาลเป็นพลังงานหลักร่างกายของคุณก็จะไม่เอาไขมันสะสมมาใช้และถ้าน้ำตาลที่คุณทานเข้าไปมันถูกใช้ไม่หมดมันจะถูกเปลี่ยนรูปเป็นไขมันทันที

เพราะฉะนั้นวิธีที่คุณจะลดน้ำหนักได้อย่างแรกเลยคุณจะต้องลดการใช้น้ำตาลลงก่อนแล้วร่างกายของคุณถึงจะไปเอาไขมันสะสมมาใช้และมันเกี่ยวอะไรกับไข่ต้มด้วยบางคนที่เขาลดการทานเครื่องดื่มหวานๆรสการทานแป้งลงแล้วแต่ว่าน้ำหนักก็ยังไม่ลดสักทีมันเกิดจากการที่คุณได้รับโปรตีนที่ไม่เพียงพอ

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าร่างกายของเราพลังงานที่ทานเข้าไปมันได้จากสามแหล่งคือโปรตีนคาร์โบไฮเดรตไขมันซึ่งไข่มันเป็นโปรตีนแต่ร่างกายของคุณไม่ได้ใช้โปรตีนเป้นพลังงานหลักจะใช้แค่แป้งน้ำตาลแล้วก็ไขมัน

ส่วนโปรตีนน่าที่หลักของมันจะเอาไปซ่อมแซมในส่วนต่างๆในร่างกายของคุณดังนั้นไข่จะมีบทบาทค่อนข้างที่จะเยอะเพราะว่าไข่เป็นโปรตีนมีบทบาทที่จะไปซ่อมแซมร่างกายของคุณให้แข็งแรงอยู่เสมอและไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อมันเปรียบเสมือนเตาเผาพลังงานร่างกายของคุณในไข่หนึ่งฟองจะมีโปรตีนอยู่ทั้งหมด6กรัมด้วยกันหลายคนก็ถามอีกว่าแล้วแบบนี้ทานโปรตีนจากไข่4-5ฟองได้ไหมถ้าเป็นคนทั่วไปไม่มีโรคประจำตัวควรทานให้ได้0.8-1เท่าของน้ำหนักตัว

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยหุ้นนิเคอิ

อาการไอหายไปอย่างเหลือเชื่อ หนึ่งในข้อดีของการเลิกบุหรี่

คนที่สูบบุหรี่นั้นจะทราบกันดีว่า การไอนั้นเป็นของคู่กับตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เอาจริงๆนะ อาการไอที่ว่า คนสูบบุหรี่อาจจะไม่รู้ตัวเลยว่าเริ่มไอตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กลับคิดว่าไอเป็นเรื่องปกติ จริงๆแล้วไม่ใช่เลย การไอจะเริ่มมาอาการบ่อยขึ้นเรื่อยจนวันหนึ่งการไอการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ได้ทำอะไรเรามากมาย

ก็เลยคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เราไอ การไอนั้น ถ้าพูดกันตามจริง สำหรับคนสุขภาพปกติ หรือสุขภาพดีแล้ว การไอ คืออาการของคนจะป่วยนะ หรือป่วยอยู่ มันไม่ได้ปกติเลยถ้าไออยู่บ่อยๆ นี่เป็นสิ่งนึงที่คนสูบบุหรี่ติดเป็นนิสัยว่ามันคือเรื่องปกติที่ไอ ควรจะทำความเข้าใจใหม่ซะด้วยว่าไม่ใช่ เพราะไอ้ที่ทำให้คุณไอนั้นก์คือบุหรี่นั้นแหละ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจได้ถูกต้องหน่อยล่ะว่า ไอเพราะอะไร

การที่เราไอนั้นก็เกิดมาจากสารต่างๆที่เกิดจากบุหรี่นั้นได้ไปเกาะตามอวัยวะต่างๆภายในร่างกายอย่างมากมายแล้ว ซึ่งอวัยวะเหล่านั้นก็พยายามจะเตือนว่าเอาสารพวกนี้ออกไปจากร่างกายซะ ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ไม่เคยเอามันออกไปเลยในทันที โดยเฉพาะส่วนที่สารจากบุหรี่ไปเกาะมากที่สุดก็ต้องหลอดลมและทางเดินหายใจทั้งหมด

ซึ่งต่อตรงไปยังปอด เพราะฉะนั้นพวกนี้แล้วที่เป็นคนเตือนเราอยู่ตลอดผ่านการไอแห้งๆว่า อย่าสูบบุหรี่เลย สารที่เคลือบอยู่ตามหลอดลมต่างๆนี้ ถือเป็นสารที่อันตรายพอที่จะทำให้เกิดมะเร็งได้สูงเลยทีเดียว การไอเป็นเพียงแค่การเตือนที่เราไม่เคยรู้ตัว คิดว่าเป็นปกติ

แต่ถ้าลองเลิกสูบบุหรี่ไปสัก สามถึงเก้าเดือนแล้วละก็ ก็จะสามารถสังเกตุได้เลยว่า อาการไอเหล่านั้นหายไปเลยโดยทำให้เราแปลกใจด้วยซ้ำไปว่า การไอนั้นไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรอ แล้วจะรู้สึกโล่งขนาดไหนที่อาการไอนั้นมันหายไป โดยเห็นได้อย่างชัดเจนจริงๆ การไอนั้นเป็นเพียงสัญญาณเตือนเหมือนหวอดัง แต่เราทำหูทวนลมไม่สนใจมัน วันนึงสิ่งที่มันเตือนก็จะเกิดขึ้นจริงๆ นี่เป็นสัจธรรมที่จะเกิดขึ้น 

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่อาการหายไปเลยนะจะบอกให้ มันทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเด็กอีกครั้ง ที่ไม่ได้ป่วยออดๆแอดๆ แต่จริงๆก็เพียงความรู้สึกแหละ เพราะการไอเป็นอะไรที่สังเกตุได้ชัดเจนเพียงแค่นั้น หายไปเลยรู้สึกโล่ง แต่การความจริงคือต้องใช้เวลาอีกนานที่ระบบอวัยวะต่างๆจะกลับมาเหมือนคนที่ไม่สูบ ซึ่งบางเคสอาจจะเป็นไปไม่ได้แล้วด้วยซ้ำไป

 

สนับสนุนโดย  กลุ่มไลน์หวยฮานอย

เคล็ดลับลดน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องใช้ยา

ในปัจจุบันพบว่าคนป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วก็พบว่ามีผู้ป่วยหลายคนเลยที่เป็นโรคเบาหวานแล้วไม่สามารถคุมน้ำตาลในเลือดได้ต้องบอกก่อนเลยว่าการที่คุมน้ำตาลในเลือดลงมาให้อยู่ในระดับปกติไม่ได้นานเข้าๆก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายทำให้มีผลแทรกซ้อนต่างๆ

โดยไม่ว่าจะเป็นหัวใจขาดเลือดก็ได้เส้นเลือดในสมองตีบก็ได้ตาบอดก็ได้ไตวายก็ได้ถือว่าอันตรายมากๆเลยทีเดียวดังนั้นการที่เราจำเป็นที่จะต้องลดน้ำตาลในเลือดลงมาจึงสำคัญมากๆดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับที่ดีรับลองเลยว่าทำตามนี้คุณน้ำตาลลดแน่นอน

ซึ่งเคล็ดลับที่จะบอกต่อไปนี้จะต้องเป็นคนที่เป็นเบาหวานคนที่ไม่เป็นเบาหวานหรือคนที่เสี่ยงเป็นเบาหวานก็ทำตามได้ก็บอกว่าก็สำคัญทั้งหมดอยากให้ทำตามได้ทั้งหมดรับลองว่าน้ำตาลในเลือดของคุณจะดีขึ้น

เคล็ดลับช่วยลดน้ำตาลในเลือดนั่นก็คือ ให้ลดอาหารจำพวกแป้ง ไม่ว่าจะเป็นพวกข้าวก๋วยเตี๋ยวขนมปัง ขนมจีนต่างๆอาหารเหล่านี้ก็จะมีส่วนประกอบของแป้งอยู่นั่นเองแนะนำว่าคนที่เป็นเบาหวานให้หลีกเสี่ยงเพราะว่าคนที่เป็นเบาหวานเกิดจากการที่ร่างกายของเราผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมาได้น้อยลงหรือว่าร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลินนั่นเอง

โดยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นๆจนกลายเป็นโรคเบาหวานขึ้นมาการที่ปริโภคแป้งเข้าไปแป้งเมื่อได้เข้าสู่ร่างกายมันจะถูกย่อยกลายมาเป็นน้ำตาลและดูดซึมเข้ากระแสเลือดก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเช่นกัน

ดังนั้นคนที่เป็นเบาหวานควรที่จะลดจำพวกแป้งลงโดยยกตัวอย่างเราตัดข้าวมาหนึ่งจานแนะนำว่าให้แบ่งออกไปครึ่งหนึ่งแต่หลายคนก็จะบอกว่าเอาออกครึ่งหนึ่งก็ไม่อิ่มเราก็เติมอาหารอย่างอื่นลงไปไม่ว่าจะเป็นพวกผักก็ได้แตงกวาผักกากกระหล่ำปีอะไรต่างๆลงไปได้เลย

นอกจากผักแล้วเราก็เติมอาหารจำพวกโปรตีนลงไปเนื้อปลาก็จะดีที่สุดหรือว่าพวกเนื้อสัตว์ไม่ติดมันก็จะช่วยทำให้เราน้ำตาลลดลงไปยังไงก็ลองทำดูคนที่เป็นเบาหวานหรือไม่เป็นเบาหวานว่าให้ลดแป้งลงแล้วน้ำตาลในเลือดของคุณก็จะดีขึ้น

เนื่องจากนี้อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณไม่ตามหรือว่าไปมีความเชื่ออะไรที่แบบผิดที่กินแล้วมันไปทำให้น้ำตาลในเลือดของุรนั้นพุ่งสูงขึ้นอันนี้เราก็ขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะว่าเราไม่ค่อยอยากจะแนะนำมากสักเท่าไหร่แล้วถ้าจะให้ดีมากที่สุดเลยก็คือควรอยู่ในวินัยข้อปฏิบัติที่แพทย์สั่งเพียงเท่านี้ท่านก็จะสามารถลดน้ำตาลในเลือดลงมาได้

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

อาการอะไรบ้างที่ยังคงอยู่หลังรักษา โควิด-19 หายแล้ว 

               หลังจากที่มีการรักษาอาการ covid หายแล้วใช่ว่าร่างกายของผู้ป่วยนั้นจะกลับมาสุขภาพแข็งแรงในทันทีเพราะจะยังคงหลงเหลืออาการอยู่ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงอาการที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่เรารักษาอาการ covid หายแล้วเพื่อที่เรานั้นจะได้ตรวจเช็คความผิดปกติและจะได้ไม่ต้องตกใจถ้ายังคงมีอาการแบบนี้อยู่ 

         คุณจะยังคงมีอาการอ่อนล้าและปวดเมื่อยตามร่างกายรวมถึงปวดหัวซึ่งอาการนี้จะยังคงอยู่ประมาณ 2 ถึง 6 เดือนด้วยกันอาการนี้ไม่ต้องตกใจเพราะจริงๆแล้วเวลาที่คุณหายไข้จากการเป็นไข้หวัดธรรมดาอาการเหล่านี้ก็อาจจะยังคงมีอยู่เพียงแต่ว่าระยะเวลาในการหายใจเร็วกว่าการติดเชื้อไวรัส covid นั่นเอง

        สำหรับใครก็ตามที่ป่วยติดเชื้อไวรัสแล้วในช่วงนั้นอาจจะไม่ได้กลิ่นหรือลิ้นไม่สามารถรับรถได้เวลาที่รักษาอาการนี้เรียบร้อยแล้วคุณก็ยังคงมีอาการนี้ต่อเนื่องไปอีกดังนั้นไม่จำเป็นต้องตกใจเพราะบางคนอาจจะสามารถกลับมารับรถได้ทันทีรับเปลี่ยนได้ทันทีแต่มากกว่า 3.1เหมือนกัน เปอร์เซ็นต์นั้นจะยังคงมีอาการเหล่านี้อยู่ซึ่งอาการเหล่านี้นั้นจะอยู่กับคุณประมาณ 4 เดือนด้วยกันโดยมันจะค่อยๆกลับมาดีขึ้นนั่นเอง 

         สำหรับใครที่ป่วยติดเชื้อไวรัส covid มั่นใจได้เลยว่าต่อให้คุณรักษาหายแล้วอาการหายใจยากหายใจลำบากหรือหายใจไม่เต็มก็จะยังคงเหลืออยู่เนื่องจากว่าเกี่ยวกับเรื่องของการหายใจนั้นมันมีปัญหามาจากที่ปอดดังนั้นถึงแม้ว่ารักษาอาการติดเชื้อไวรัสแล้วแต่พ่อของคุณยังไม่สามารถรักษาให้หายได้สนิทดังนั้นคุณอาจจะยังมีปัญหาในเรื่องของการหายใจและคุณอาจจะยังคงทำกิจกรรมบางอย่างไม่ได้เพราะว่าจะยังเหนื่อยง่ายอยู่แต่ใช้เวลาสักพักอาการเหล่านี้ก็จะกลับมาดีขึ้นดังนั้นในช่วงที่หายจากอาการป่วยครูอีกแรกๆนั้นอย่าเพิ่งออกกำลังกายหักโหมมากเกินไปออกกำลังกายเบาๆเช่นเพียงแค่เดินออกกำลังกายเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว 

            สำหรับบางคนที่รักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิตเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีผลข้างเคียงเกี่ยวกับเรื่องของความทรงจำซึ่งจะมีผลเฉพาะแค่บางคนเท่านั้นโดยเชื้ออาจจะมีการไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาททำให้มีอาการเบลอและอาจจะมีอาการสมาธิสั้นแต่ต้องใช้ระยะเวลาสักพักหนึ่งก็จะสามารถขับสี่เหมือนเดิมได้

    นอกจากนี้ผลข้างเคียงของการติดเชื้อไวรัสโควิตถึงแม้ว่าจะมีการรักษาให้หายขาดแล้วก็ตามแต่อาจจะยังมีอาการอื่นๆร่วมด้วยเช่นปัญหาเรื่องของการเสริมสมรรถภาพทางเพศหรือแม้แต่อาจจะมีอาการซึมเศร้าผมร่วงรวมถึงถ้าหากใครมีโรคประจำตัวอยู่อาจจะมีปัญหาโรคประจำตัวมีอาการรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งอาการเหล่านี้นั้นจะค่อยๆทยอยดีขึ้นเรื่อยๆแต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือน

 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

ถ้าไม่อยากอ้วนจะต้องทำอย่างไรบ้าง

    ในกรณีที่เรามองว่าตัวเรานั้นเป็นโรคอ้วนแล้ว หรือผู้ที่มีรอบเอวเกิน 80 แล้วซึ่งในขณะเดียวกันผู้ชายก็จะต้องมีรอบเอวเกิน 90 โดยพวกที่มีอาการเหล่านี้ควรจะทำตัวอย่างไร หรือผู้ที่ไม่ต้องการพบแพทย์เพราะเกิดอาการกลัว ควรที่จะปฏิบัติตัวอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก 

สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขอย่างอื่นต้องบอกว่าของที่กินเข้าไปกับของที่ใช้ออกมา ถ้าเราต้องการให้ร่างกายของเรามีความสมดุลเกิดขึ้นก็จะต้องทานให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากขึ้น โดยในเรื่องของการออกกำลังนั้นมันเป็นสิ่งที่เราทำแล้วสามารถที่จะเห็นผลได้จริง 

โดยการออกกำลังกายนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำซ้ำซาก คือไม่ใช่ว่าในวันนี้เราวิ่งพรุ้งนี้เราก็จะต้องวิ่ง โดยเราสามารถที่จะเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ โดยเพียงแค่ให้ร่างกายของเราได้มีการออกกำลังหรือมีการเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง แบบต่อเนื่องโดยอาจจะสักประมาณครึ่งชั่วโมงหรือสี่สิบห้านาทีเป็นอย่างต่ำ

หรืออาจจะรวมสักประมาณหนึ่งอาทิตย์ควรที่จะได้สักรวมๆแล้วก็ 150 นาทีด้วยกัน ดังนั้นคุณสามารถที่จะทำสามวัน ห้าวัน หรือเจ็ดวัน ยังไงก็ได้แต่ว่าเราจะต้องดูต่อวันว่าเราทำมากทำน้อย การออกกำลังจะแบ่งไปด้วย 3 ประเภทคือ

1.Intensity ความหนักของการออกกำลังกาย

2.Interval ความนานของการออกกำลังกาย

3.Integrity ความถี่ของการออกกำลังกาย

ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องออกไปวิ่งหรือไปกระโดดอะไร สามารถที่จะเดินเร็วๆได้ กายบริหารก็ได้ แหว่งแขนก็ได้ พุดง่ายๆทำอะไรก็ได้ที่เป็นกิจกรรมที่ต้องออกแรง หรือทำอะไรก็ได้ที่ทำให้หัวใจของเราเต้นแรงกว่าปกติ โดยปกติในการใช้ชีวิตทั่วไปคนทั่วไปที่ต้องทำงานบ้านหนักๆก็เหมือนกับได้ออกกำลังกายแล้ว

โดยถ้าหากว่าเราใช้ชีวิตแบบที่จะต้องเดินมาก หรืออาจจะใช้เวลาที่เดินประมาณ 25 นาทีนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการออกกำลังกายแต่ว่าถ้าหากเดินมาแปปเดียวหรือเดินมาขึ้นรถก็ไม่ได้นับ เพราะร่างกายของคุณแทบไม่ได้ขยับอะไรเลย 

การควบคุมอาหารสามารถทำได้ โดยการมีสติในการสรรหาอาหารมากิน เพราะว่าอาหารที่คุณกินนั้นมันสามารถให้ข้อดีและให้โทษได้ ดังนั้นไม่ว่าจะกินอะไรก็ตามเราจะต้องมีสติเสียก่อน ไม่ใช่ว่าเจออะไรก็น่าทานไปหมด หากไม่เลือกเช่นนี้สิ่งที่จะได้ตามาก็คือการทำให้ตัวเองนั้นเกิดโรคอ้วน 

และแน่นอนว่าหากว่าตัวเองอ้วนแล้วก็จะเกิดโรคภัยตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งต้องบอกว่ามันไม่คุ้มกับการบริโภคอาหารเหล่านั้นเลย เนื่องจากว่ามันจะอิ่มและอร่อย แต่ว่านานไปก็จะส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆตามมาและในที่สุดอาจจะส่งผลให้เราตายได้

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

3สัญญาณที่จะเตือนว่าคุณเป็นโรคมะเร็งตับแล้วหรือยัง

สัญญาณแรกก็คือ น้ำหนักลดลง5-10กิโลกรัม น้ำหนักลดลงอยากรวดเร็วโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนักอันนี้ก็จะเป็นสัญญาณหนึ่งแล้วที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณอาจจะเป็นโรคมะเร็งตับแล้วก็ได้เพราะว่าอย่างที่ได้บอกไปตอนแรกว่าถ้าเป็นมะเร็งตับก็จะเริ่มมีอาการเบื่ออาหารมากขึ้นทำให้เราทานอาหารได้น้อยลงน้ำหนักเราก็จะลดลงๆ

โดยน้ำหนักอาจจะลดเป็น10กิโลภายใน3เดือนเลยทีเดียวลดลงฮวบเลยยังไงก็ลองสังเกตดูว่าพวกกางเกงที่เราใส่ปกติมันเคยพอดีแล้วอยู่ก็เริ่มหลวมมากขึ้นเสื้อหลวมมากขึ้นอันนี้ก็จะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณน้ำหนักลดให้รีบไปโรงพยาบาลเลยเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยกันต่อไปว่าคุณเป็นโรคมะเร็งตับแล้วหรือเปล่าเพื่อทำการรักษาต่อไป

สัญญาณที่สองก็คือ ท้องโต หรือว่า ท้องมาน นั่นเอง คำว่าท้องโตหรือท้องมานคือมีน้ำในท้องมากขึ้นอยู่บริเวณในช่องท้องของเราเวลาที่เราเป็นมะเร็งตับจะทำให้มีน้ำในช่องท้องของเรามากขึ้นๆจะทำให้ท้องเราโตขึ้นๆเรื่อยๆลองสังเกตดูใครที่มีอาการท้องโดตโดยที่ไม่ทราบสาเหตุไม่ได้รับประทานอะไรเยอะอยู่ๆท้องก็โตมากขึ้นๆให้คิดเอาไว้เลยว่าคุณอาจจะเป็นโรคมะเร็งตับแล้วก็ได้ร่วมกับว่า

หากว่าเรามีอาการมากขึ้นๆก็อาจจะทำใหขาบวมทั้งสองข้างเลยทีเดียวร่วมกับว่ามีสัญญาณที่ได้กล่าวไปในตอนต้นด้วยใครที่มีอาการตัวเหลืองตัวเหลืองมากขึ้นเบื่ออาหารน้ำหนักลดร่วมกับว่าเรามีอาการท้องโตด้วยอันนี้น่าจะเป็นโรคมะเร็งตับแล้วให้รีบไปโรงพยาบาล

เพื่อทำการตรวจรักษาต่อไปหรือว่าจะต้องเจาะเอาน้ำที่อยู่ในท้องออกไปเพื่อที่จะได้ทำให้เราโล่งมากขึ้นแล้วก็จะทำให้คุณไม่อึดอัดท้องอีกด้วย

สัญญาณที่สามก็คือ อุจจาระออกมาเป็นเลือด ใครที่ถ่ายออกมาเป็นเลือดหรือว่าที่ถ่ายออกมาเป็นอุจจาระสีดำเหนียวเป็นยางมาตอยแบบนี้หรือว่ามีอาการอาเจียนเป็นเลือดอันนี้ก็จะเป็นสัญญาณหนึ่งว่าคุณอาจจะเป็นโรคมะเร็งตบแล้วก็ได้เพราะว่าเวลาที่เป็นโรคมะเร็งตับ 

ตับก็จะทำหน้าที่ผิดปกติไปทำให้หลอดเลือดต่างๆในร่างกายมีความดันสูงขึ้นโดยเฉพาะที่บริเวณหลอดอาหารของเราแล้ววันดีคืนดีเส้นเลือดมันแตกออกมาด้วยความดันที่มันสูงก็จะทำให้เราอาเจียนออกมาเป็นเลือดหรือว่าถ่ายออกมาเป็นเลือดนั่นเองดังนั้นต้องบอกเลยว่าถ้าหากว่าคุณนั้นมีอาการที่อาเจียนออกมาเป็นเลือดหรือว่าถ่ายออกมาเป็นเลือดให้รีบไปโรงพยาบาลเลยอันนี้รอไม่ได้นะเพราะว่าอาจจะทำให้เราช๊อคเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

ลดน้ำหนักด้วยปลากระป๋อง

มื้อนี้กินอะไรดีก็เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้มากๆใครที่อยู่บ้านแล้วก็เริ่มเบื่อไม่รู้ว่าจะกินอะไรหรือจะสั่งอย่างเดียวก็แพงวันนี้ถ้าใครมีปลากระป๋องอยู่ที่บ้านวันนี้เราจะมาผัดปลากระป๋องกันไม่ว่าคุณจะทำอาหารเป็นอยู่แล้วหรือว่าทำไม่เป็นเรามาดูไปพร้อมๆกันเลย

นอกจากนี้คุณอย่าไปดูถูกปลากระป๋องเพราะว่าถ้าดูจากสลากโภชนาการ1หน่วยบริโภค คือ ครึ่งกระป๋อง หมายความว่าถ้าทานครึ่งกระป๋องจะได้โปรตีนทั้งหมด12กรัมเพราฉะนั้นใน1กระป๋องก็จะได้โปรตีน24กรัมเทียบเท่ากับอกไก่1อกเลยแล้วปลากระป๋องมันยังสามารถเก็บได้นานด้วย

เพราะฉะนั้นโปรตีนท่วมท้นเลยทีเดียวก็เหมาะกับคนที่กำลังดูแลรูปร่างด้วยคราวนี้เรามาดูกันว่าใช่ส่วนผสมอะไรบ้างหาง่ายๆมากๆส่วนผสมก็จะมีกระเทียมพริกใบมะกรูดตะไคร้แล้วก็ใบกะเพราหรือว่าใครหาใบกะเพราไม่ได้จะใช้เป็นโหระพาก็ได้พวกนี้สามารถดับกลิ่นความคาวของปลาได้ค่อนข้างดี

เนื่องจากนี้เราก็จะใช้ปลากระป๋องยี่ห้ออะไรก็ได้2กระป๋องพร้อมแล้วเรามาดูวิธีการทำกันเลยขั้นแรกเราก็เทน้ำมันลงไปแล้วก็เปิดไฟกลางพอน้ำมันเริ่มเดือดเราก็เอากระเทียมใส่ลงไป

คราวนี้พอกระเทียมของเราเริ่มเหลืองแล้วเริ่มหมอแล้วเราก็จะใส่ตะไคร้กับใบมะกรูดลงไปจากนั้นพอเครื่องของเราเริ่มหอมเราก็จะใส่ปลากระป๋องลงไปในระหว่างที่ผัดไม่ต้องคนแรงเพราะว่าเนื้อปลาเราจะเละแล้วเวลาที่เราเอาออกมาทานก็จะไม่ค่อยน่าทาน

ซึ่งเราก็ไปปรุงเครื่องน้ำมันหอย1ช้อน ซีอิ๊วขาว1ช้อน ส่วนน้ำตาลอันนี้คือต้องระวังเพราะว่าปลากระป๋องบางยี่ห้อก็จะหวานอยู่แล้วเราก็จะใช้แค่พอประมาณโดยที่จริงแล้วในหนึ่งวันเราไม่ควรได้รับน้ำตาลจากภายนอกเกิน6ช้อนชาเพราะฉะนั้นให้ใส่แค่ครึ่งช้อนชาพอ

จากนั้นเราก็ค่อยๆผัดให้ตัวซอสปรุงรสของเราเข้าเครื่องกันกับปลากระป๋องในระหว่างนี้เราก็จะใส่สพริกเพื่อเพิ่มความเผ็ดลงไปใครที่ชอบเผ็ดมากก็ใช้พริกตำก็ได้จากนั้นเราก็ชิมก่อนว่าเราขาดรสอะไรไปหรือเปล่าแล้วขั้นตอนสุดท้ายเราก็จะใส่ใบกระเพราลงไป

ส่วนใบกระเพราเราไม่จำเป็นที่จะต้องปล่อยให้มันยุ่ยเลยเพราะว่าเมื่อโดนความร้อนในจานไปเรื่อยๆก็จะเริ่มสุกเองเพราะฉะนั้นแล้วก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะแก่การพัฒนาตัวเองใครที่อยากทำอาหารเป็นไม่เคยทำมากก่อนเลยก็สามารถฝึกทำกันไปจากอาหารที่สามารถเก็บเอาไว้ได้นานแบบนี้ก็ได้

 

สนับสนุนโดย.    ผลหวยยี่กีล่าสุด

วิธีลดน้ำหนักแบบไม่ต้องออกกำลังกาย

รู้หรือไม่ว่า ความอ้วนนั้นเป็นอุปสรรคอันใหญ่โตของใครหลาย ๆ คน เพราะปกติผู้หญิงส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการกินเป็นอย่างมากโดยไม่สนเลยว่าน้ำหนักจะเพิ่มหรือไม่ แต่กินไปแล้วก็ก็ทำอะไรไม่ได้เลยมาเสียใจทีหลัง การที่เราอ้วน หรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นนั้นเกิดขึ้นได้หลากหลายสาเหตุ แล้วก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย บางคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนสักที บางคนแค่กินนิด ๆ หน่อย ๆ น้ำหนักก็ขึ้นแล้ว ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้หลายคนก็คงหมดหนทางในการแก้ไขมัน

แต่ทว่าในปัจจุบันก็มีวิธีที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถลดน้ำหนักได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปออกำลังกายเลยแม้แต่นิด เรียกได้ว่าเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนขี้เกียจออกกำลังกาย หรือคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ฉะนั้น เรามาลองทำวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณนั้นลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องออกกำลัง และได้ผลดี บอกเลยว่าเป็นวิธีง่ายอยู่ที่ไหนก็ทำได้

การทำกิจวัตรประจำวัน ในระหว่างวันคนเรามักใช้ชีวิตอยู่แต่กับการทำงาน พอมีเวลาว่างก็ต้องออกไปหาอะไรกิน จนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การทำกิจวัตรประจำวันนั้นอาจช่วยคุณได้ หากใครที่อยากลดน้ำหนักแต่ไม่อยากออกกำลังกาย ลองทำตามวิธีง่าย ๆ นี้ดู ลองใช้วิธีเดินไปทำงาน การถือของหนัก ๆ หรือการใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณเกิดการเผาพลาญแคลอรี่ในร่างกายได้เทียบเท่ากับการออกกำลังกายโดยที่คุณไม่ต้องออกกำลังกาย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ลองสังเกตดูพฤติกรรมต่าง ๆ ของตนเอง ว่ามีพฤติกรรมะไรบ้างที่ทำให้เราอ้วนได้ หากหาข้อบกพร่องเจอแล้ว ก็ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองใหม่ แล้วจะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างแน่นอน หากอยากให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การกินน้ำเยอะ ๆ การเข้านอนเร็ว ๆ หรือแม้แต่การลดการกินขนมจุกจิกในมื้อดึก หรือในระหว่างวัน ไม่แน่หากเราทำมันได้ดีเป็นประจำ อาจช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงได้

การหาแรงบันดาลใจ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถลดน้ำหนักได้โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย การหาใครสักคนเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก เพื่อที่คุณจะได้มีกำลังใจมากขึ้น อีกทั้งยังมีไว้เป็นแบบอย่างที่ดีในการลดน้ำหนัก และอาจทำให้ไม่รู้สึกกดดันตัวเองจนเกินไป 

อย่างไรก็ตาม มีวิธีมากมายที่จะช่วยให้คุณนั้นลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องพึ่งการออกกำลังกาย หากเราศึกษาวิธีการ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองใหม่ ไม่แน่ความสวยอาจจะอยู่ไม่ไกลจากคุณก็ได้

 

สนับสนุนโดย    ซื้อหวยฮานอยวันนี้

กาแฟบำบัด

กาแฟถือว่าเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตในปัจจุบัน เพราะปัจจุบันนี้นั้นกาแฟมีการนำมาแปรรูปที่หลากหลาย ทำให้มีความน่าสนใจแล่ะนารับประทานมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อมีการบริโภคในปริมาณที่มากขึ้น เมล็ดกาแฟในประเทศก็เริ่มมีการเพราะปลูกกันมากขึ้น จากที่เมื่อก่อนนั้นมีเพียงการนำเข้าและกาแฟที่นำเข้านั้น

ถือว่าเป็นกาแฟที่มีคุณภาพและถือว่าถูกปากคนไทย ทำให้คนส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะรับประทานกาแฟที่มีการนำเข้า เข้ามามากกว่าการรับประทานเมล็ดกาแฟที่มีการเพาะปลูกในไทย ทำให้การตลอดด้านกาแฟในไทยนั้นไม่เติบโต 

ในเมื่อปัจจุบันมีการบริโภคกาแฟที่มากขึ้นและคนทั่วไปนั้นก็มีการเรียนรู้และใส่ใจในเรื่องของรสชาติกาแฟมากขึ้น โดยคนสมัยนี้นั้นต้องการดื่มกาแฟเพื่ออรรถรส ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างจากเมื่อก่อนที่มีการบริโภคกาแฟเพื่อใช้เป็นพลังงานและคิดว่าเมื่อรับประทานกาแฟที่เข้มและหนักนั้นจะช่วยทำให้พลังงานและความสามารถในการอดหลับอดนอนหรือการทำงานหนักนั้นสามารถทำได้มากขึ้น ทำให้กาแฟในสมัยก่อนนั้นจะเน้นไปทางกาแฟที่มีรสเข้มและขมซึ่งกาแฟเหล่านี้ก็มักจะเป็นเมล็ดที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศต่างๆนั่นเอง

เมื่อมีผู้บริโภคกาแฟในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้หน่วยงานอย่างหน่วยงานสาธารณะสุขนั้นมีการวิจัยและตรวจสอบเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟมากขึ้นและมีการนำเมล็ดกาแฟนั้นมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มเพื่อใช้ในการบำบัดอาการต่างๆได้ด้วย

เรามักจะเห็นคนที่เสพติดกาแฟและจะต้องมีการดื่มกาแฟอยู่ในทุกๆวัน ซึ่งกาแฟนั้นไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่จะเป็นสิ่งที่ไม่ดีก็ต่อเมื่อได้รับสารอาหารที่มากเกินไปหรือการได้รับคาเฟอีนที่มาจากกาแฟมากเกินไปนั่นเองแต่ถ้าหากมีการรับประทานหรือดื่มในปริมาณที่เหมาะสมแล้วนั้น กาแฟสามารถนำมาเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยบำบัดในเรื่องของร่างกาบ ความเหนื่อยล้า รวมถึงอาการป่วยต่างๆได้ด้วย

เนื่องจากกาแฟนั้นมีคาเฟอีน เมื่อร่างกายได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อร่างกายโดยตรซึ่งอาการนั้นก็จะมีอาการใจสั่น คั่นเนื้อคั่นตัวได้ ดังนั้นในการรับประทานก็อาจจะต้องมีการรับประทานในปริมาณที่พอดีและควรรับประทานอย่างน้อยไม่เกินวันละ2แก้ว และกาแฟที่จะช่วยบำบัดสุขภาพร่างกายได้นั้น

ก็จะต้องเป็นกาแฟที่มีชงออกมาโดยไม่ผสมส่วนผสมใดๆทั้งสิ้นนอกจากน้ำเปล่าด้วยและควรจะดื่มในช่วงเวลาเช้า เพื่อให้ร่างกายนั้นได้รับสารคาเฟอีนและนำไปใช้ใสตลอดวันได้และในปัจจุบันก็ยังมีกาแฟให้เลือกรับประทานมากมายเพื่อให้เหมาะสมกับคนในยุคปัจจุบันและกาแฟที่จะช่วยบำบัดได้จริงนั้นก็จะต้องเป็นกาแฟที่มีรสชาติที่เหมาะสมกับการรับรสของผู้ดื่มนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    วิธีการเล่นหวยยี่กี